กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เผยผลการเจรจา FTA ไทย-EU รอบที่ 8 มีความคืบหน้าต่อเนื่อง สรุปเพิ่มได้อีก 3 ข้อบท มาตรการเยียวยาทางการค้า ข้อยกเว้นการใช้มาตรการต่าง ๆ ภายใต้ FTA และหลักปฏิบัติเยี่ยงคนชาติและการเปิดตลาดการค้าสินค้า รวมสรุปได้แล้ว 11 บท จากทั้งหมด 24 บท โดยที่เหลือล้วนมีความคืบหน้า กำหนดประชุมรอบต่อไป มิ.ย.69 ตั้งเป้าจบภายในปีนี้
น.ส.โชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) รอบที่ 8 ระหว่างวันที่ 2-6 ก.พ.2569 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นที่ จ.เชียงใหม่ ว่า ภาพรวมการเจรจามีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง และสามารถหาข้อสรุปข้อบทได้เพิ่มขึ้นสามบท ได้แก่ 1.มาตรการเยียวยาทางการค้า ซึ่งเปิดโอกาสให้ใช้มาตรการเพื่อลดผลกระทบหากมีการทะลักของสินค้านำเข้าจากการลด ยกเลิกภาษี 2.ข้อยกเว้นในการใช้มาตรการต่าง ๆ ภายใต้ FTA เช่น ข้อยกเว้นเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม และข้อยกเว้นด้านความมั่นคง เป็นต้น และ 3.หลักการปฏิบัติเยี่ยงคนชาติและการเปิดตลาดการค้าสินค้า ซึ่งเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ด้านการค้าสินค้าระหว่างประเทศคู่ภาคี รวมทั้งได้ข้อสรุปในหัวข้อย่อยเรื่องกฎระเบียบด้านการบริการจัดส่งภายใต้บทการค้าบริการและการลงทุน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันและความโปร่งใสด้านกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจสาขาดังกล่าว
โดยการได้ข้อสรุปเพิ่มเติมในรอบนี้ ส่งผลให้เมื่อรวมกับบทที่ได้ข้อสรุปแล้วในการเจรจาก่อนหน้านี้ คือ แนวทางปฏิบัติที่ดีด้านกฎระเบียบ ความโปร่งใส พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า ระบบอาหารที่ยั่งยืน การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า และการเคลื่อนย้ายเงินทุน ทำให้การเจรจาสามารถสรุปข้อบทได้แล้ว รวม 11 บท จากทั้งหมด 24 บท

ทั้งนี้ การเจรจาในข้อบทที่เหลือหลายเรื่อง มีความคืบหน้าไปมากแล้ว ได้แก่ รัฐวิสาหกิจ การแข่งขันทางการค้า และภาคผนวกยานยนต์ที่อยู่ภายใต้บทอุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า ส่วนเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา กระบวนการระงับข้อพิพาท และบทบัญญัติเกี่ยวกับการบริหารจัดการความตกลง รวมทั้งในส่วนของการเจรจาการเปิดตลาด (Market Access) ซึ่งประกอบด้วย การเปิดตลาดสินค้า บริการและการลงทุน และการจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ ก็มีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน
สำหรับในขั้นตอนต่อไป ทั้งสองฝ่ายได้กำหนดแผนการดำเนินงาน อาทิ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการจัดประชุมหารือระหว่างรอบ (intersessions) ในส่วนของฝ่ายไทย กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ จะขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับทุกกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การเจรจารอบถัดไปซึ่งมีกำหนดในช่วงเดือน มิ.ย.2569 มีความคืบหน้ามากที่สุด เพราะทั้งสองฝ่ายได้ตั้งเป้าหมายสรุปผลการเจรจาภายในปีนี้
การจัดทำ FTA ไทย-EU เป็นเรื่องที่ภาคส่วนต่าง ๆ ให้ความสำคัญ เพื่อขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุน รักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน ดึงดูดการลงทุน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ และยกระดับมาตรฐานด้านกฎระเบียบการค้าของไทยให้เป็นสากลสอดคล้องกับระเบียบโลกใหม่ เพราะจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์ของโลกในปัจจุบัน ซึ่งมีความผันผวนมากขึ้น หลายประเทศจึงให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างพันธมิตรทางการค้า ผ่านการเจรจาจัดทำ FTA กับประเทศต่าง ๆ โดยล่าสุดไทยได้สรุปผลการเจรจา FTA กับสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ในขณะที่ EU ได้สรุปผลการเจรจา FTA กับอินโดนีเซีย เมื่อเดือน ก.ย.2568 และอยู่ระหว่างการเจรจากับไทย มาเลเซีย และฟิลิปปินส์
ในปี 2568 EU เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น การค้าระหว่างไทยกับ EU มีมูลค่า 45,033.47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 3.44% โดยไทยส่งออกไป EU มูลค่า 26,449.08 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.27% และไทยนำเข้าจาก EU มูลค่า 18,584.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3.86% สินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง และหม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ และสินค้านำเข้าที่สำคัญ อาทิ เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและเภสัชกรรม เคมีภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ และเครื่องมือเครื่องใช้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ การแพทย์

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

