กรมทรัพย์สินทางปัญญาลงพื้นที่ จ.ราชบุรี ผลักดันผู้ประกอบการที่ผลิตสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของจังหวัดจำนวน 5 รายการ เดินหน้าควบคุมคุณภาพมาตรฐาน จัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อการันตีว่าสินค้ามีคุณภาพ มาตรฐาน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค พร้อมเยี่ยมชมโรงงานไชโป้ว ติดตามระบบควบคุมคุณภาพ การทำตลาด หลังช่วยพัฒนาบรรจุภัณฑ์
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการเป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมอบรมเสริมสร้างศักยภาพ “การพัฒนาคุณภาพสินค้า GI ไทย ด้วยระบบควบคุมภายในสู่มาตรฐานสากล” ที่โรงแรมราชาบุระ จังหวัดราชบุรี ว่า กรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการรักษาคุณภาพสินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับกรม โดยส่งเสริมให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการในพื้นที่ จัดทำระบบควบคุมคุณภาพสินค้า ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) ถึงแหล่งที่มาของสินค้า เพื่อการันตีว่าสินค้า GI มีคุณภาพ มาตรฐาน พิเศษกว่าสินค้าทั่วไป จึงจำหน่ายได้ราคาดี และยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าตรงตามความคาดหวังและมาจากแหล่งผลิตที่แท้จริง
สำหรับจังหวัดราชบุรี มีสินค้าที่ขึ้นทะเบียน GI แล้ว 5 รายการ ได้แก่ มะพร้าวน้ำหอมราชบุรี สับปะรดบ้านคา โอ่งมังกรราชบุรี ไชโป้วโพธาราม และกุ้งก้ามกรามบางแพ ซึ่งสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับจังหวัดรวมกว่า 7,657 ล้านบาทต่อปี โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการสินค้า GI ทั้ง 5 รายการ ได้จัดทำระบบคุณภาพผ่านมาตรฐานที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรม และได้รับอนุญาตให้ใช้ตรา GI ไทยรวม 414 ราย แต่ปัจจุบันจำนวนผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้ตราลดลงกว่าครึ่ง เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจว่าหลังจากใบอนุญาตให้ใช้ตรา GI หมดอายุลง จะต้องดำเนินกระบวนการควบคุมคุณภาพรอบใหม่ เพื่อให้ยังคงใช้ตราสัญลักษณ์ GI ได้ และได้รับสิทธิประโยชน์ในการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมต่าง ๆ ของกรม จึงต้องมาให้ความรู้ ความเข้าใจ และช่วยให้ผู้ประกอบการดำเนินกระบวนการควบคุมคุณภาพ เพื่อให้ยังคงสามารถใช้ตรา GI ได้ต่อไป

ทั้งนี้ กรมยังได้เชิญนายวรวิทย์ สุขสาสนี ผู้จัดการฝ่ายการขายและการตลาดบริการไปรษณีย์ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด มาถ่ายทอดความรู้และแนะนำบริการด้านโลจิสติกส์ เพื่อสนับสนุนการจัดส่งสินค้าที่สะดวกรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ที่ต้องการขายสินค้าออนไลน์และใช้ระบบการจัดส่งของไปรษณีย์ไทย
ขณะเดียวกัน ได้เปิดเวทีแบ่งปันประสบการณ์ความสำเร็จจากผู้ประกอบการ GI ต้นแบบ โดยนายสินสมุทร ศรีแสนปาง ผู้จัดการบริษัท โรงสีศรีแสงดาว จำกัด ที่ใช้ตรา GI ไทยเป็นเครื่องมือยกระดับความน่าเชื่อถือและเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า สามารถขยายตลาดข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ ซึ่งเป็น GI เรือธงของภาคอีสาน ไปสู่ออสเตรีย นอร์เวย์ อิสราเอล และอินเดียได้เป็นผลสำเร็จ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ประกอบการ GI ในการผลักดันสินค้า GI ไทยสู่ตลาดสากล
นางอรมนกล่าวว่า หลังจากเปิดงานสัมมนา กรมได้นำคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมแหล่งผลิต GI ไชโป้วโพธาราม ณ โรงงานไชโป้วตราชฎา และหารือกับผู้ประกอบการถึงแนวทางการรักษาคุณภาพมาตรฐานสินค้า การตรวจสอบย้อนกลับถึงแหล่งที่มา และผลตอบรับหลังจากที่กรมได้สนับสนุนการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ไชโป้วโพธารามให้สวยงาม ทันสมัย และสามารถถ่ายทอดอัตลักษณ์และเรื่องราวของสินค้า เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและตอบโจทย์ผู้บริโภค รวมไปถึงการทำตลาดออฟไลน์ ออนไลน์ และตลาดในและต่างประเทศ
นอกจากนี้ กรมได้ลงพื้นที่เยี่ยมชมแหล่งผลิตเต้าหู้ดำสมุนไพรโพธาราม ณ ร้านเต้าหู้ดำสมุนไพร เจ๊อั๊ง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งของฝากขึ้นชื่อของจังหวัดราชบุรี โดยผู้ประกอบการจะนำเต้าหู้ถั่วเหลืองขาวมาต้มกับน้ำพะโล้สมุนไพรจีนเป็นเวลา 3 วัน จนได้เต้าหู้สีดำที่มีรสชาติหวานเค็มกลมกล่อมและมีกลิ่นหอม ปัจจุบันทางร้านมีกำลังการผลิตประมาณ 1,500 ก้อนต่อเดือน สร้างมูลค่าการค้าอยู่ที่ประมาณ 4.5 แสนบาทต่อปี โดยกรมได้หารือกับผู้ประกอบการถึงแนวทางต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา หลักจากที่ทางร้านได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า “Auntie Ang’s อานตี้อั๊ง” ไว้กับกรมเรียบร้อยแล้ว โดยจะส่งเสริมการพัฒนาแบรนด์และภาพลักษณ์สินค้า ควบคู่กับการขยายช่องทางการตลาด และผลักดันการใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญาในเชิงพาณิชย์อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและยกระดับผู้ประกอบการท้องถิ่นให้มีศักยภาพในการแข่งขันได้ต่อไป

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

