“พาณิชย์”ขึ้นทะเบียน GI ใหม่ ปลานิลสายน้ำไหลเบตง เนื้อแน่น รสหวาน ไร้กลิ่นโคลน

img

กรมทรัพย์สินทางปัญญาประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ ปลานิลสายน้ำไหลเบตง ของดีจังหวัดยะลา และเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัด เผยมีความโดดเด่น เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน จากการเลี้ยงด้วยระบบน้ำธรรมชาติ ผสานภูมิปัญญาคัดสรรเฉพาะปลาเพศผู้ล้วน เพื่อคุมคุณภาพ มั่นใจสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า เพิ่มรายได้เกษตรกร เตรียมลุยดันแหล่งผลิต GI ยะละทั้ง 6 รายการ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอาหารต่อไป  
         
นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) รายการใหม่ คือ ปลานิลสายน้ำไหลเบตง ซึ่งเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา ต่อจากกล้วยหินบันนังสตา ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา ส้มโชกุนเบตง มังคุดในสายหมอกเบตง และไก่เบตงยะลา ที่ขึ้นทะเบียนไปก่อนหน้านี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสินค้า GI ในหมวดอาหาร โดยมั่นใจว่าการขึ้นทะเบียน GI จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคว่าเป็นสินค้าคุณภาพมาจากแหล่งผลิต ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดให้กับเกษตรกรและเพิ่มรายได้มากขึ้น
         
สำหรับปลานิลสายน้ำไหลเบตง มีคุณภาพโดดเด่นแตกต่างจากปลานิลทั่วไปอย่างชัดเจน จากปัจจัยทางภูมิศาสตร์ที่เอื้ออำนวยต่อการทำเกษตรกรรม โดยแหล่งผลิตอยู่ในบริเวณเทือกเขาสันกาลาคีรี ซึ่งมีระบบนิเวศอุดมสมบูรณ์ ได้รับอิทธิพลทั้งจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีอากาศเย็น อุณหภูมิเฉลี่ย 27.5–28.5 องศาเซลเซียส มีหมอกและฝนตกชุกตลอดปี และน้ำในลำธารมีปริมาณออกซิเจนสูง เนื่องจากสายน้ำไหลเวียนตลอดเวลา โดยเกษตรกรในพื้นที่ได้ใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผันน้ำจากลำธารเข้าสู่บ่อเลี้ยง ส่งผลให้ปลามีเนื้อแน่นเด้ง มีไขมันแทรกเล็กน้อย และรสชาติหวานเป็นธรรมชาติ ทั้งยังโดดเด่นเรื่องความสะอาด ปราศจากกลิ่นโคลน และมีกลิ่นคาวน้อยกว่าปลานิลทั่วไป สามารถนำมาทำเป็นเมนูซาชิมิได้
         


ทั้งนี้ เกษตรกรได้ใช้วิธีการคัดสรร ปรับปรุงพันธุ์ และแปลงเพศปลาให้เป็นเพศผู้ล้วน เพื่อไม่ให้เกิดการขยายพันธุ์จนแน่นบ่อเลี้ยง ปลานิลสายน้ำไหลเบตงจึงเจริญเติบโตได้ดี โตไว และมีคุณภาพสม่ำเสมอ โดยลักษณะภายนอกตรงส่วนหัวจะมีขนาดเล็ก ตัวปลามีขนาดใหญ่ ลำตัวแบนข้าง และเนื้อส่วนหลังเป็นสันหนา มีน้ำหนักตัวตั้งแต่ 1 กิโลกรัมขึ้นไป ซึ่งปลาที่เพาะเลี้ยงสำหรับส่งประกวดจะมีขนาดใหญ่ อาจมีน้ำหนักได้มากกว่า 9 กิโลกรัม ด้วยเอกลักษณ์และคุณภาพของปลานิลสายน้ำไหลเบตงซึ่งเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน ร้านอาหารและภัตตาคารต่าง ๆ จึงนิยมนำมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารหลากหลาย สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยง โดยมีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 163,000 กิโลกรัมต่อปี ราคาขายเฉลี่ย 120 บาทต่อกิโลกรัม สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดได้กว่า 19 ล้านบาทต่อปี
         
“กรมจะเดินหน้าผลักดันการต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า GI ของจังหวัดยะลาทั้ง 6 รายการ ผ่านเส้นทางการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) โดยชูจุดเด่นให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสคุณภาพและรสชาติสินค้า GI อันโดดเด่น พร้อมเที่ยวชมภูมิปัญญาการผลิตของเกษตรกรจากแหล่งผลิตสินค้าโดยตรง รวมทั้งส่งเสริมสินค้า GI จังหวัดยะลาให้เป็นวัตถุดิบของร้านอาหารระดับ Fine Dining เพื่อรังสรรค์เมนูสุดพิเศษที่ชูอัตลักษณ์และถ่ายทอดเรื่องราวสินค้า GI ไทยสู่สายตานักชิมทั่วโลก ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการยกระดับมูลค่าสินค้าเกษตรไทยให้พรีเมียมยิ่งขึ้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดยะลาอย่างยั่งยืนอีกด้วย”นางอรมนกล่าว

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง