ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้าง เดือน ม.ค.69 เพิ่มขึ้น 0.1% จากความต้องการภาคการก่อสร้างชะลอตัว เหตุอุปทานส่วนเกินภาคอสังหาริมทรัพย์ยังคงค้างสูง ส่วนเดือน ก.พ.69 คาดดัชนียังทรงตัว หลังเอกชนชะลอลงทุนโครงการใหม่ เมกะโปรเจกต์ก็ชะลอ รอรัฐบาลใหม่อนุมัติ จับตาบางสินค้าอาจราคาขึ้น จากวัตถุดิบทองแดง อลูมิเนียมเพิ่มขึ้น
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน ม.ค.2569 เท่ากับ 105.4 เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% เพราะความต้องการภาคการก่อสร้างยังชะลอตัว จากแรงกดดันด้านอุปทานส่วนเกินภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง โดยมีสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้น อาทิ ซีเมนต์ คอนกรีต ไฟฟ้าและประปา ส่วนเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก กระเบื้อง วัสดุฉาบผิว สุขภัณฑ์ ยางมะตอยปรับตัวลดลง
สำหรับรายละเอียดสินค้าที่เพิ่มขึ้น หมวดซีเมนต์ เพิ่ม 6.0% จากการสูงขึ้นของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ปูนซีเมนต์ผสม และปูนฉาบสำเร็จรูป จากฐานราคาปีที่ผ่านมาต่ำ เนื่องจากการปรับราคาของผู้ผลิตในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีก่อนหน้า ส่งผลต่อเนื่องให้หมวดผลิตภัณฑ์คอนกรีต เพิ่ม 0.9% จากการสูงขึ้นของคานคอนกรีตสำเร็จรูป พื้นคอนกรีตสำเร็จรูปอัดแรง ขอบคันคอนกรีต และคอนกรีตผสมเสร็จ เนื่องจากราคาวัตถุดิบ (ซีเมนต์ หิน ทราย) สูงขึ้น หมวดอุปกรณ์ไฟฟ้าและประปา เพิ่ม 2.3% จากการสูงขึ้นของสายเคเบิล THW สายส่งกำลังไฟฟ้า NYY สายไฟฟ้า VCT และเสาไฟถนน ตามการสูงขึ้นของราคาวัตถุดิบ (ทองแดง อลูมิเนียม) และมีความต้องการใช้ในโครงการก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคของภาครัฐด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดเพิ่มขึ้น

ส่วนหมวดเหล็กและผลิตภัณฑ์เหล็ก ลด 2.5% จากการลดลงของเหล็กเส้นกลมผิวข้ออ้อย เหล็กตัว H ท่อเหล็กกลวงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และท่อเหล็กดำ จากอุปทานเหล็กส่วนเกินในตลาดโลกสูง และนโยบายด้านภาษีของสหรัฐฯ ทำให้มีการแข่งขันราคากับเหล็กนำเข้าจากต่างประเทศ (จีน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น) หมวดกระเบื้อง ลด 0.4% จากการลดลงของกระเบื้องเคลือบบุผนัง และกระเบื้องเคลือบปูพื้น เนื่องจากความต้องการใช้ลดลงตามการชะลอตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน และอุปทานภาคอสังหาริมทรัพย์คงค้างสูง หมวดวัสดุฉาบผิว ลด 0.2% จากการลดลงของสีทาถนนชนิดสะท้อนแสง สีรองพื้นปูน และสีน้ำอะครีลิคทาภายใน ตามการลดลงของราคาวัตถุดิบ (ปิโตรเคมี ผงสี) หมวดสุขภัณฑ์ ลด 2.8% จากการลดลงของอ่างล้างหน้าเซรามิก โถส้วมชักโครก และราวจับสเตนเลส จากภาคอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวทำให้ความต้องการใช้ลดลง และภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่ หมวดวัสดุก่อสร้างอื่น ๆ ลด 1.9% จากการลดลงของยางมะตอย ตามการลดลงของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ขณะที่หมวดไม้และผลิตภัณฑ์ไม้ ดัชนีราคาไม่เปลี่ยนแปลง
นายนันทพงษ์กล่าวว่า ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือน ก.พ.2569 มีแนวโน้มทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 โดยมีปัจจัยกดดันจากภาคเอกชนชะลอการลงทุนโครงการใหม่ ๆ เนื่องจากกำลังซื้อภาคอสังหาริมทรัพย์ที่หดตัวจากความเข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อของสถาบันการเงิน หนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ทำให้มีอุปทานคงค้างสูงเป็นผลให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวต่อเนื่อง
นอกจากนี้ การชะลอตัวของโครงการก่อสร้างภาครัฐขนาดใหญ่ อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูง โครงการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด เนื่องจากต้องรอการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังการเลือกตั้ง อีกทั้งการแข่งขันด้านราคากับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างสำคัญมีแนวโน้มลดลง เช่น เหล็ก กระเบื้อง เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยบวกที่จะทำให้ราคาสินค้าวัสดุก่อสร้างปรับราคาสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้นตามราคาในตลาดโลก เช่น ทองแดง อลูมิเนียม เป็นต้น เพราะมีความต้องการใช้เพิ่มขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานสะอาดและโครงสร้างพื้นฐาน และราคาน้ำมันและราคาพลังงานในตลาดโลกมีความผันผวนสูง เนื่องจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

