กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลุยปราบนอมินี ส่งทีมผนึกกำลังหน่วยงานพันธมิตร ลงพื้นที่ จ.กระบี่ ตรวจค้นฟาร์มกัญชาทุนต่างชาติ หลังพบพฤติการณ์ใช้คนไทยเป็นนอมินีอำพรางการถือหุ้น ก่อนปรับโครงสร้างในภายหลัง แถมพบมีทนายความทำหน้าที่ช่วยเหลือ เผยงานนี้จับนอมินีได้ 4 ราย ลั่นเดินหน้าตรวจสอบต่อเนื่อง ป้องกันธุรกิจคนไทยเสียเปรียบ
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค.2569 ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้ มล.ภู่ทอง ทองใหญ่ รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นำทีมปราบนอมินีลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ ร่วมกับคณะทำงานคดีความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วย ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัด สาธารณสุขจังหวัด จัดหางานจังหวัด สรรพากรจังหวัด และพาณิชย์จังหวัดเข้าร่วม เพื่อเข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่หมู่ 4 ตำบลไสไทย อำเภอเมืองกระบี่ ซึ่งเปิดดำเนินการเป็นฟาร์มปลูกกัญชาในร่ม ตามหมายค้นและหมายศาลจังหวัดกระบี่
โดยจากการลงพื้นที่ พบการดัดแปลงที่ตั้งสำนักงานเป็นอาคารโรงเรือนฟาร์มปลูกกัญชาในระบบปิด ควบคุมแสง น้ำ และอุณหภูมิอย่างเป็นระบบ มีอุปกรณ์แปรรูปและจำหน่ายกัญชา พร้อมเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าใช้บริการและเสพกัญชาภายในสถานประกอบการ โดยพบกรรมการบริษัทชาวอิสราเอลอยู่ในพื้นที่ โดยเจ้าหน้าที่ได้อ่านหมายค้นและชี้แจงสิทธิ์ตามกฎหมายผ่านล่ามก่อนเข้าตรวจค้น

ผลการตรวจค้นพบการกระทำผิดหลายประการ อาทิ การใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างชาติ (นอมินี) การจำหน่ายกัญชาผ่านช่องทางออนไลน์และเดลิเวอรี การจัดกิจกรรม Farm Tour เปิดให้บริการนักท่องเที่ยวเสพกัญชาในสถานประกอบการ มีการจำหน่ายสินค้าปลีกประเภทเครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ รวมถึงมีการสกัดสารกัญชาที่มีค่า THC เกินร้อยละ 0.2 เข้าข่ายยาเสพติด เบื้องต้นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ได้มีคำสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบกิจการเป็นเวลา 60 วัน
นายพูนพงษ์กล่าวว่า ก่อนเข้าตรวจค้น คณะทำงานได้ติดตามพฤติการณ์บริษัทดังกล่าวมากว่า 2 เดือน พบรูปแบบการจดทะเบียนอำพรางอย่างเป็นระบบ โดยเริ่มจากให้คนไทยถือหุ้นทั้งหมด ก่อนเพิ่มทุนจาก 4 ล้านบาท เป็น 6 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการผลิต จำหน่าย ส่งออก และแปรรูปสมุนไพรควบคุมเพื่อการค้า และปรับโครงสร้างการถือหุ้นให้ต่างชาติถือครองในสัดส่วน 59 ต่อ 41 ซึ่งตรวจพบหลักฐานชัดเจนว่าเป็นการถือหุ้นเชิงอำพราง ซึ่งจากงบการเงินปี 2567 พบว่ามีรายได้กว่า 2.39 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 4 แสนบาท
นอกจากนี้ การตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่า บัญชีของบริษัททนายความรายหนึ่งในจังหวัดกระบี่ ซึ่งทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือชาวต่างชาติ มีเงินหมุนเวียนกว่า 40 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบบัญชีอื่น ๆ รวมถึงบริษัทในเครือข่ายเพิ่มเติม และในวันเดียวกันเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้รวม 4 ราย ในคดีเกี่ยวกับการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) ฐานให้การสนับสนุนคนต่างด้าวประกอบธุรกิจโดยผิดกฎหมาย
“กรมให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการป้องกันและปราบปรามธุรกิจนอมินี เนื่องจากเป็นการบิดเบือนโครงสร้างเศรษฐกิจและสร้างความเสียเปรียบให้แก่ผู้ประกอบการไทย หากตรวจพบการกระทำผิด จะเร่งประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีจนถึงที่สุด และจะเดินหน้าตรวจสอบธุรกิจที่เข้าข่ายนอมินีในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง และขอเตือนคนไทยที่สนับสนุนให้ต่างชาติกระทำความผิดหยุดพฤติกรรมดังกล่าว”นายพูนพงษ์กล่าว

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

