​อาเซียน-แคนาดา เร่งทำขอบเขต FTA ก่อนชงรัฐมนตรีเห็นชอบ ตั้งเป้าเปิดเจรจาปีนี้

img

อาเซียนเร่งหารือแคนาดา เดินหน้าจัดทำขอบเขตการเจรจาเอฟทีเอระหว่างกัน เผยมีความคืบหน้ามาก คงเหลือประเด็นใหม่ แรงงาน สิ่งแวดล้อม รัฐวิสาหกิจ ที่ต้องเร่งหาทางออก ก่อนชงรัฐมนตรีเศรษฐกิจไฟเขียว ก.ย. ตั้งเป้าเปิดเจรจาได้ภายในปีนี้ แย้มการทำเอฟทีเอ ดันจีดีพี ทั้งไทย อาเซียนและแคนาดาเพิ่มขึ้น ส่วนการหารือกับสหรัฐฯ เน้นเชื่อมโยงระบบศุลกากร ช่วย MSMEs ค้าขายออนไลน์  

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายดวงอาทิตย์ นิธิอุทัย รองอธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน-สหรัฐฯ (SEOM-AUSTR) ครั้งที่ 33 และการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านเศรษฐกิจอาเซียน-แคนาดา (SEOM-CANADA) ครั้งที่ 13 ผ่านระบบการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 14-15 มิ.ย.2564 ที่ผ่านมา เพื่อหารือแผนงานความร่วมมือภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียน-สหรัฐฯ และเร่งหารือขอบเขตการจัดทำเอฟทีเอระหว่างอาเซียนและแคนาดา
         
นายดวงอาทิตย์ กล่าวว่า การประชุมในครั้งนี้ มีความคืบหน้าการจัดทำขอบเขตการเจรจาเอฟทีเออาเซียน-แคนาดา เป็นอย่างมาก คงเหลือประเด็นการค้าใหม่ ๆ เช่น แรงงาน สิ่งแวดล้อม รัฐวิสาหกิจ เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องที่อาเซียนยังไม่เคยมีอยู่ในเอฟทีเอที่ผ่านมา โดยที่ประชุมจะเร่งหาทางออกร่วมกันโดยเร็ว เพื่อเสนอต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-แคนาดา ในเดือนก.ย.2564 และให้สามารถเปิดการเจรจาเอฟทีเอระหว่างกันได้ภายในปีนี้
         


ก่อนหน้านี้ สำนักเลขาธิการอาเซียนได้เคยศึกษาการทำเอฟทีเออาเซียน-แคนาดา โดยพบว่า จะทำให้จีดีพีของไทยเพิ่มขึ้น 7,967 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 254,944 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.97% และจีดีพีอาเซียนจะเพิ่มขึ้น 39,361 ล้านเหรียญสหรัฐ (1,259,552 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.6% ส่วนแคนาดา เพิ่มขึ้น 5,104 ล้านเหรียญสหรัฐ (163,328 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 0.3%
         
อย่างไรก็ตาม กรมฯ ได้จัดการสัมมนา (Webinar Series) ผ่านระบบประชุมทางไกล เพื่อเผยแพร่ผลการศึกษาและรับฟังความเห็นเรื่องการจัดทำเอฟทีเออาเซียน-แคนาดา ในวันที่ 22 และ 29 มิ.ย.2564 เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจของไทยเรื่องการเปิดเจรจาจัดทำเอฟทีเออาเซียน-แคนาดาต่อไป
         
สำหรับผลการประชุมกับสหรัฐฯ อาเซียนได้ติดตามความคืบหน้าผลการดำเนินการความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ ภายใต้แผนงานความร่วมมือภายใต้กรอบความตกลงด้านการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียน-สหรัฐฯ และยังได้หารือแผนงานความร่วมมือฉบับต่อไป (2564-2565) ซึ่งครอบคลุมระยะเวลา 1 ปี โดยมีกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกัน เช่น การเชื่อมโยงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน ไปยังสหรัฐฯ และประเทศคู่เจรจาอื่น การสร้างความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาในอาเซียน การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในการใช้ระบบออนไลน์ประกอบธุรกิจในช่วงโควิด-19 รวมถึงการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านมาตรฐานแรงงานและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งจะช่วยให้อาเซียนมีความเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจขนาดใหญ่อย่างสหรัฐฯ ได้มากขึ้น

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง