กรมพัฒนาธุรกิจการค้าวิเคราะห์ธุรกิจเดือน ต.ค.68 พบธุรกิจจัดหาและรับเหมาแรงงาน (Outsource) มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง หลังบริษัทนิยมจ้างมาทำงาน ทั้งทำบัญชี บริการลูกค้า ดูแลระบบเครือข่ายไอที พัฒนาแอปพลิเคชัน การอบรมพนักงาน แต่ต้องระวังความท้าทายการหมุนเวียนพนักงาน การลาออก ที่ส่งผลให้งานไม่ต่อเนื่อง หรือการรักษาความลับ เผยช่วง 10 เดือน ตั้งบริษัทใหม่ 266 ราย ทุนจดทะเบียน 411 ล้าน ส่วนปี 67 สร้างรายได้ 9.7 หมื่นล้านบาท
นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้วิเคราะห์สถิติจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคลและผลการนำส่งงบการเงินประจำเดือน ต.ค.2568 พบว่า ธุรกิจจัดหาและรับเหมาแรงงาน (Outsource) มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านจำนวนผู้ประกอบการ รายได้ และผลกำไร สอดคล้องกับตลาดที่มีความต้องการแรงงานทักษะและประสบการณ์เฉพาะด้าน โดยการจ้างคนทำงานในรูปแบบ Outsource จะช่วยลดปัญหาขาดแคลนพนักงาน รวมถึงลดต้นทุนการจ้างงาน และช่วยให้องค์กรเกิดการเปลี่ยนผ่านธุรกิจสู่ดิจิทัลได้อย่างรวดเร็ว
โดยธุรกิจกลุ่มนี้ ครอบคลุมการให้บริการจ้างงานชั่วคราวและการจัดหาทรัพยากรมนุษย์ แบ่งลักษณะงานออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ 1.งานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางธุรกิจ อาทิ บัญชี บริการลูกค้า 2.งานเทคโนโลยีสารสนเทศ เช่น การดูแลระบบเครือข่าย และการพัฒนาแอปพลิเคชัน และ 3.งานทรัพยากรบุคคล เช่น การสรรหาและการฝึกอบรมพนักงาน

ทั้งนี้ แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่า กลุ่มธุรกิจ Outsource เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดแรงงานยุคใหม่ เพราะเป็นตัวช่วยที่เข้ามาแก้ปัญหาด้านบุคลากรให้กับธุรกิจได้อย่างตรงจุด การจ้างพนักงานที่มีทักษะเฉพาะตามที่องค์กรต้องการเข้ามาเสริมทีมในการทำงาน หรือขยายงานให้กว้างออกไป ทำให้องค์กรสามารถมุ่งเน้นภารกิจหลักได้เต็มประสิทธิภาพ แต่ธุรกิจอาจต้องเผชิญความท้าทายด้านการหมุนเวียนพนักงาน หรือการลาออกที่ส่งผลให้การทำงานไม่มีความต่อเนื่อง รวมไปถึงการรักษาความลับหรือความปลอดภัยของข้อมูลองค์กรที่ต้องธุรกิจต้องวางรูปแบบการทำงานอย่างรอบคอบ
“กรมเชื่อว่าธุรกิจจัดหาและรับเหมาแรงงานจะยังคงเติบโตแข็งแกร่งต่อเนื่อง และมีบทบาทสำคัญในการยกระดับศักยภาพองค์กรไทย เพิ่มความคล่องตัวในการทำงาน และช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันได้ในเศรษฐกิจยุคใหม่ สอดคล้องกับการคาดการณ์ของอุตสาหกรรม Business Process Outsource ซึ่งประเมินว่าธุรกิจดังกล่าวจะขยายตัวเฉลี่ยกว่า 9% ต่อปี ไปจนถึงปี 2030 โดยปี 2567 มีมูลค่าเศรษฐกิจรวม 303 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยเฉพาะกลุ่มบริการทางการเงิน ไอที และโทรคมนาคม ที่เป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อการเติบโตของธุรกิจนี้”นายพูนพงษ์กล่าว
ปัจจุบัน ประเทศไทยมีนิติบุคคลในธุรกิจจัดหาและรับเหมาแรงงาน (Outsource) จำนวน 2,958 ราย เพิ่มขึ้น 5.45% ทุนจดทะเบียน 9,834 ล้านบาท โดยในช่วง 10 เดือนของปี 2568 (ม.ค.-ต.ค.) มีธุรกิจจัดตั้งใหม่ 266 ราย เพิ่มขึ้น 16.67% ทุนจดทะเบียน 411 ล้านบาท และหากวิเคราะห์ย้อนไป 3 ปี (2565-2567) จะมีค่าเฉลี่ยการจัดตั้งธุรกิจใหม่อยู่ที่ 266 รายต่อปี โดยธุรกิจเกือบทั้งหมดมีขนาดเล็ก (S) 2,679 ราย คิดเป็น 90.57% ขนาดกลาง (M) 220 ราย คิดเป็น 7.44% และขนาดใหญ่ (L) 59 ราย คิดเป็น 1.99% ส่วนผลประกอบการของธุรกิจ Outsource มีทิศทางเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 2567 อยู่ที่ 97,271 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.40% มีกำไร 2,643 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.88% และกำไรสุทธิในช่วงปี 2565-2567 เฉลี่ยปีละกว่า 2,472 ล้านบาท

ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
กดคลิก Follow ด้านล่าง

