​บล็อกเชน “ข้าวอินทรีย์”

img

พูดถึง “บล็อกเชน - Blockchain” คนส่วนใหญ่มักจะนึกถึงแวดวงการเงิน การตรวจสอบที่มาที่ไปของเงิน การติดตามเงิน

ที่เห็นได้ชัดและเริ่มใช้บล็อกเชนมาก่อน ก็คือ การตรวจสอบสกุลเงินบนโลกดิจิทัล หรือบิทคอยน์

แต่บล็อกเชน ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะโลกการเงิน ปัจจุบันได้มีการนำบล็อกเชนมาประยุกต์ใช้กับสินค้าและบริการที่หลากหลายขึ้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจ และเรียกความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค

สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า หรือ สนค. หน่วยงานหนึ่งในกระทรวงพาณิชย์ ได้เริ่มนำเทคโนโลยีบล็อกเชน มาใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับ ตามนโยบายของนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าของไทย

นำร่องไปแล้ว ที่สินค้า “ข้าวอินทรีย์

หน้าตาเครื่องหมายรับรอง


การนำบล็อกเชนมาใช้ มีเป้าหมาย เพื่อตรวจสอบย้อนกลับ ว่า ข้าวอินทรีย์นี้ ใครเป็นคนปลูก ปลูกที่ไหน ใครผลิต ใครแปรรูป ทำที่โรงงานไหน รวมทั้ง จะรู้ว่าผ่านมาตรฐานใด ได้รับการตรวจรับรองจากหน่วยงานรับรองมาตรฐานหน่วยงานใด
         
เรียกว่า รู้หมด ตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง 
         
การตรวจสอบก็ทำได้ไม่ยาก สนค. ได้ทำระบบให้ตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์ TraceThai.com แค่สแกน QR Code หรือตรวจสอบจากเลขล็อตการผลิตบนฉลากสินค้า    
         


ปัจจุบัน มีกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบการนำร่องจำนวน 7 ราย ได้แก่ เนเจอร์ฟู้ด จ.สุรินทร์ , บ้านสวนข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี , กรีนลิฟวิ่ง จ.นครปฐม , ซองเดอร์ จ.สุพรรณบุรี , กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรยั่งยืนบ้านน้ำอ้อม จ.ยโสธร , ไร่ทองออร์แกนิกส์ฟาร์ม จ.ศรีษะเกษ และกลุ่มวิสาหกิจศูนย์ข้าวชุมชนบ้านมะยาง จ.ศรีษะเกษ ที่ได้ทดลองใช้ระบบบล็อกเชนแล้ว

ตัวอย่างสินค้า 
      

และยังมีกลุ่มที่สนใจเพิ่มเติมอีก เช่น วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ทุ่งทองยั่งยืน จ.สุพรรณบุรี วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ข้าวคิดคิด จ.สุรินทร์ และวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์บ้านหนองไผ่ บ้านลาวาเซาะตลุง จ.บุรีรัมย์  
         
ในกลุ่มนำร่อง มีกลุ่มที่ทดลองติดสติ๊กเกอร์ TraceThai กับสินค้าล็อตจริงแล้ว 3 ราย ได้แก่

บ้านสวนข้าวขวัญ ปลูก สี แพ็กข้าวอินทรีย์หลายพันธุ์ เช่น ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอรี่ ข้าวทับทิมชุมแพ ข้าวกล้องหอมปทุมเทพ

กรีนลิฟวิ่ง ปลูก สี แพ็กข้าวอินทรีย์หลายพันธุ์ เช่น ข้าวหอมมะลิแดง ข้าวไรซ์เบอรี่

ซองเดอร์ ผลิตสินค้าแปรรูปจากข้าวอินทรีย์ เช่น โจ๊กข้าวและผักอินทรีย์สำหรับเด็ก

ผลการทดลอง ปรากฏว่า ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วน ทั้งตัวเกษตรกร ผู้ประกอบการ ผู้ส่งออกข้าวอินทรีย์ และผู้ตรวจรับรองมาตรฐานอินทรีย์ ที่เห็นตรงกันว่า TraceThai ทำให้ไทยเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงรายแรกๆ ของโลก ที่นำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับ และยังช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับข้าวอินทรีย์ของไทยเหนือคู่แข่ง

ส่วนผู้ซื้อ ผู้บริโภค ก็มีความมั่นใจ และรู้ว่าสินค้าที่ตัวเองซื้อมีที่มาที่ไปอย่างไร ใครปลูก ใครผลิต ใครรับรอง



น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการ สนค. บอกว่า จะเดินหน้าขยายผลให้มีกลุ่มเกษตรกร และผู้ประกอบการข้าวอินทรีย์เข้าร่วมระบบ TraceThai เพิ่มมากขึ้น

ไม่เพียงแค่นั้น จะขยายผลไปยังสินค้าเกษตรและสินค้าอื่นๆ เพิ่มขึ้นในอนาคต เช่น สินค้าที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) สินค้าอินทรีย์ สินค้าเกษตรปลอดภัย สินค้าประมง อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น

นอกจากนี้ จะมีการต่อยอดระบบ เช่น การเชื่อมโยงเอกสารทางการค้าระหว่างประเทศ การเชื่อมโยงกับสถาบันการเงิน

ส่วนแผนการสร้างการรับรู้ เพื่อให้มีการใช้งานระบบ TraceThai เพิ่มมากขึ้น จะผลักดันให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการตรวจสอบย้อนกลับ ซึ่งจะทำให้ผู้ผลิต ผู้ประกอบการ ต้องเข้าร่วมใช้ระบบ TraceThai เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

หน้าตาเว็บไซต์ที่ใช้ตรวจสอบ 
        

ขณะเดียวกัน จะช่วยทำตลาดให้กับสินค้าที่ได้เข้ามาใช้ระบบ TraceThai ทั้งการประชาสัมพันธ์แบรนด์ TraceThai การนำสินค้าเข้าร่วมงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ และเปิดโอกาสให้เจรจาจับคู่ธุรกิจ เช่น งานแสดงสินค้าอาหาร THAIFEX และงานเกษตรอินทรีย์นานาชาติ BioFach เป็นต้น
         
การนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้กับการตรวจสอบย้อนกลับสินค้า เป็นการสร้างความเชื่อมั่น สร้างความแตกต่าง และยังเป็นการตอบสนองสิ่งที่โลกต้องการ   
         
กล่าวคือ คนต้องการความมั่นใจในการบริโภคสินค้า ต้องการรู้ที่มาที่ไปของสินค้าที่ตนเองบริโภค หากตอบโจทย์นี้ได้ โอกาสเติบโต และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ก็มีอยู่สูง
         
ถือได้ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มแล้ว เดินหน้าแล้ว กำลังรอวัน “ออกดอก ออกผล” 
         
แล้วเป้าหมาย ไทยจะเป็นประเทศแรกๆ ของโลกที่นำระบบบล็อกเชนมาใช้ตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร ที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสินค้าเกษตรของไทย สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยได้เพิ่มขึ้น

คงไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินจริง
 
ซีเอ็นเอ

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง