รัฐบาลขอทีมไทยแลนด์หนุนเจรจา FTA ไทย-EU ดันส่งออกสินค้า-บริการสู่ยุโรป

img

“ศุภจี”เผย “อนุทิน”นำทีมรัฐบาลประชุมทีมไทยแลนด์ประจำภูมิภาคยุโรป ขอช่วยกันผลักดันและสนับสนุนการเจรจา FTA ไทย-สหภาพยุโรป (EU) ในทุกเวที เพื่อให้สรุปผลการเจรจาได้โดยเร็ว พร้อมขอเอกอัครราชทูต-กงสุลใหญ่ ช่วยชี้แจงไทยพร้อมเป็นฐานการลงทุน เป็นแหล่งนำเข้าให้ยุโรป

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในการประชุมเอกอัครราชทูตและกงสุลใหญ่ประจำภูมิภาคยุโรป ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ณ สโมสร Le Cercle de L’Union Interalliée กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้รับนโยบายนายกรัฐมนตรี และใช้โอกาสนี้ ขอให้เอกอัครราชทูต กงสุลใหญ่ และทีมไทยแลนด์ ร่วมกันทำงาน ช่วยกันผลักดัน และสนับสนุนการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) ในทุกมิติ ทั้งการชี้แจงผลประโยชน์ ความร่วมมือการค้า การลงทุน การรับมือกับปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ที่จะเกิดขึ้นจากการทำ FTA เพื่อเร่งสรุปผลการเจรจาให้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ในบริบทโลกปัจจุบัน ภูมิรัฐศาสตร์และภูมิเศรษฐศาสตร์มีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด ส่งผลโดยตรงต่อการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานโลก ต้องสร้างสมดุลทางการค้า ภายใต้แนวทางที่ไทยเป็นมิตรกับทุกฝ่ายและดำเนินความร่วมมือบนพื้นฐานผลประโยชน์ร่วมกัน (Mutual Benefit) ซึ่ง EU ถือเป็นโอกาสสำคัญในการขยายตลาด การลงทุน และลดการพึ่งพาตลาดเดิมของไทย

“ปัจจุบันไทยกำลังอยู่ระหว่างการเจรจา FTA กับ EU ซึ่งมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถสรุปผลได้แล้ว 11 ข้อบท จากทั้งหมด 24 ข้อบท และยังมีประเด็นสำคัญที่ต้องหารือเพิ่มเติม อาทิ กฎระเบียบและมาตรฐานสินค้า สินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป สินค้าอุตสาหกรรม พลังงาน การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และการค้าดิจิทัล โดยนายกฯ ได้สั่งการให้เร่งเจรจา อะไรที่เป็นปัญหา ก็ให้เร่งเคลียร์ให้จบ และจะมีการเจรจารอบที่ 9 ในเดือน มิ.ย.2569 ที่บรัสเซลล์ เบลเยี่ยม ซึ่งไทยได้ตั้งเป้าเจรจาให้จบโดยเร็ว เพื่อให้ได้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในการส่งออกสินค้าไปยังยุโรป ไม่เช่นนั้น ไทยจะเสียเปรียบคู่แข่ง อาทิ เวียดนามและมาเลเซีย ที่มี FTA กับ EU แล้ว”



นางศุภจีกล่าวว่า ได้ขอความร่วมมือจากคณะทูตในการชี้แจงผู้ประกอบการในยุโรปว่าไทยพร้อมเป็นฐานการลงทุน และเป็นแหล่งนำเข้าให้กับ EU หลังจากที่ EU ต้องกระจายแหล่งนำเข้าเพื่อลดการพึ่งพาแหล่งนำเข้าเดิม โดยเฉพาะสินค้าอุตสาหกรรม อาหารแปรรูปมูลค่าสูง และสินค้าเกษตรแปรรูป โดยกระทรวงพาณิชย์พร้อมที่จะช่วยเชื่อมโยงผู้ประกอบการของทั้งสองฝ่ายให้ได้เจอกันและทำธุรกิจร่วมกันต่อไป

นอกจากนี้ ไทยยังมีศักยภาพเป็นหุ้นส่วนสำคัญของยุโรปในด้านความมั่นคงอาหาร (Food Security) สุขภาพ (Health) และเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศ โดยไทยกำลังเร่งปรับโครงสร้างด้านพลังงานและการพัฒนาเศรษฐกิจให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว รวมทั้งมีความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งในฐานะศูนย์กลางโลจิสติกส์ของเอเชีย เป็น Heart of Asia ซึ่งสามารถเชื่อมโยงการค้า การลงทุน และห่วงโซ่อุปทานของภูมิภาคได้

ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะจัดกิจกรรมในการผลักดันการส่งออกสินค้า และภาคบริการไทยสู่ตลาดยุโรปอย่างต่อเนื่อง โดยแต่ละปีมีโครงการและกิจกรรมกว่า 100 ครั้ง ก็ขอให้ทีมไทยแลนด์ช่วยสนับสนุนการทำงานต่อไป โดยงานล่าสุด ที่ได้ทำร่วมกัน คือ การประชาสัมพันธ์นิทรรศการประวัติศาสตร์ “ราชพัสตราสู่สากล” เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 170 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–ฝรั่งเศส เทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในพระราชกรณียกิจด้านการส่งเสริมผ้าไทยและงานศิลปหัตถกรรม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 พ.ค.-1 พ.ย.2569 ที่พิพิธภัณฑ์ Musée des Arts Décoratifs (MAD) กรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส

สำหรับการส่งเสริมผู้ประกอบการไทยเจาะตลาดยุโรป กระทรวงพาณิชย์มีแผนดำเนินการตั้งแต่การเพิ่มพูนความรู้ และทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยง ช่วยพัฒนามาตรฐานสินค้า พาไปเจรจาจับคู่ธุรกิจ การส่งเสริมการค้าออนไลน์ การสร้างแบรนด์ และการ sourcing สินค้าทุนและเทคโนโลยีที่จำเป็น ตลอดจนการเชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย



“ไทยต้องการดึงดูดการลงทุนที่ช่วยสร้างงาน สร้างห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ และถ่ายทอดเทคโนโลยี โดยเฉพาะในภาคเกษตรแปรรูป อุตสาหกรรมมูลค่าสูง สุขภาพ ดิจิทัล และเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมเชิญชวนภาคธุรกิจยุโรปเข้ามาลงทุน ผลิต และใช้ไทยเป็นฐานเชื่อมโยงตลาดโลก รวมทั้งร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปเพื่อยกระดับมูลค่าเพิ่มของภาคเกษตรไทย ซึ่งแผนงานเหล่านี้ กระทรวงพาณิชย์จะทำคนเดียวไม่ได้ ต้องขอความร่วมมือจากทีมไทยแลนด์ เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจ และเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและการค้าของไทยในเวทีโลก”นางศุภจีกล่าว

การประชุมครั้งนี้ ยังมีนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และน.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เข้าร่วม

ติดตามข่าวสารแบบฉับไว
ส่งตรงถึงมือถือ คลิกเลย
ติดตามข่าวสารผ่าน Twitter
กดคลิก Follow ด้านล่าง