​“พาณิชย์”ประเมินเทรดวอร์ยืดเยื้อ ยันไทยมีแผนรับมือ ลุ้น กรอ.พาณิชย์เคาะแผนเพิ่ม

  • News
  • 13 ส.ค. 2562
  • 658 เข้าดู
img

“พาณิชย์”ประเมินสงครามการค้าส่อยืดเยื้อ ลามจากการค้าระหว่างประเทศ ไปสู่สงครามด้านเทคโนโลยีและการเงิน เผยไทยมีผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ได้เตรียมแผนรับมือแล้ว ทั้งเร่งแก้อุปสรรคการค้า หาหุ้นส่วนเศรษฐกิจ เร่งเจรจา RCEP สร้างความชัดเจนเข้า CPTPP ฟื้น FTA ไทย-อียู พร้อมนำทุกปัญหาและทางออกถกในเวที กรอ.พาณิชย์ 14 ส.ค.นี้ “บรรจงจิตต์”เตรียมนำผลที่ได้ไปหารือร่วมกับทูตพาณิชย์ทำแผนดันส่งออกต่อไป
         
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยในงานสัมมนา “มหากาพย์สงครามการค้า เมื่อพญาอินทร์ไล่ขยี้พญามังกร” ว่า สงครามการค้ามีแนวโน้มยืดเยื้อและขยายวงกว้างมากขึ้น ไม่ใช่แค่ด้านการค้าระหว่างประเทศ แต่ปัจจุบันได้ลามไปถึงด้านเทคโนโลยีและด้านการเงินระหว่างประเทศ ขณะที่ทั้งสหรัฐฯ และจีน ต่างเป็นมหาอำนาจทางด้านเศรษฐกิจของโลก และไทยเป็นหนึ่งในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่ผลิตสินค้าส่งออกไปยังสองประเทศ จึงได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และยังต้องจับตาการทะลักของสินที่ไหลเข้ามาอย่างผิดปกติ ซึ่งไทยมีมาตรการป้องกันทั้งกฎหมายป้องกันการทุ่มตลาด และมาตรการเซฟการ์ด
         
ทั้งนี้ ภายใต้วิกฤติ ไทยยังมีโอกาสส่งออก โดยสามารถส่งออกสินค้าไปทดแทนสินค้าสหรัฐฯ และสินค้าจีนได้ โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เกษตรแปรรูป อาหารทะเลกระป๋อง เครื่องนุ่งห่ม หรืออุตสาหกรรมเบา ขณะเดียวกัน ได้เตรียมมาตรการรับมือ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยได้เร่งเจรจาแก้ไขปัญหาและอุปสรรคทางการค้า เพื่อสร้างโอกาสในการค้าขาย และเดินหน้าสร้างหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจกับประเทศคู่ค้า เช่น การผลักดันการเจรจาจัดทำความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) การพิจารณาเข้าร่วมความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) และการฟื้นการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (อียู)
         
“วันที่ 14 ส.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนในส่วนกระทรวงพาณิชย์ (กรอ.พาณิชย์) เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เสนอแนะปัญหาและแก้ไขอุปสรรคด้านการส่งออก รวมถึงการพิจารณาแผนผลักดันการส่งออกของไทยให้ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ส่วนเป้าหมายการส่งออกที่ตั้งไว้ที่ 3% ขณะนี้ยังยืนยันเป้าเดิมอยู่ โดยกระทรวงพาณิชย์มีแผนที่จะผลักดันการส่งออก คือ รักษาตลาดเดิม หาตลาดใหม่ และฟื้นฟูตลาดเก่า”นายบุณยฤทธิ์กล่าว

น.ส.บรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า การประชุมกรอ.พาณิชย์ ในวันที่ 14 ส.ค.2562 กรมฯ จะรับฟังข้อมูลจากผู้เข้าร่วมประชุม ก่อนที่จะนำข้อมูลไปประชุมร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ในวันที่ 28 ส.ค.2562 เพื่อทำแผนผลักดันการส่งออก โดยในเบื้องต้น กรมฯ ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์เตรียมข้อมูลเจาะรายสินค้าในทุกตลาด ทั้งตลาดหลัก ตลาดเก่า และตลาดใหม่แล้ว เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่าสินค้าไทยมีโอกาสขยายตลาดเพิ่มขึ้นอย่างไร

ส่วนสถานการณ์ความไม่สงบที่ฮ่องกง โดยเฉพาะการขนส่งทางอากาศที่มีการยกเลิกเที่ยวบิน ไม่น่าจะกระทบกับการส่งออกของไทยมากนัก เนื่องจากไทยใช้การขนส่งทางเรือเป็นหลัก และใช้ช่องทางจีนผ่านไปยังฮ่องกงด้วย โดยสินค้าที่ส่งไปฮ่องกงส่วนใหญ่เป็นสินค้าเกษตรแปรรูป ผลไม้ โดยหวังว่า สถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว เพราะฮ่องกงไม่ใช่เป็นเพียงศูนย์กลางทางการค้า แต่เป็นศูนย์กลางทางการเงินด้วย
 
>>>ติดตามข่าวสารพาณิชย์แบบฉับไว ส่งตรงถึงมือถือได้ที่ http://line.me/ti/p/%40uld0329i
>>>ติดตามข่าวสารพาณิชย์ ผ่านทวิตเตอร์ https://twitter.com/CNAOnlineTwit