​อาเซียนเตรียมพร้อมรับมือทำ FTA คู่ค้า สั่งคณะทำงานศึกษาประเด็นใหม่ที่มีแนวโน้มถูกกดดัน

  • News
  • 14 มี.ค. 2562
  • 626 เข้าดู
img

อาเซียนเตรียมพร้อมรับมือการเจรจาทำ FTA กับคู่ค้า สั่งคณะทำงานศึกษาประเด็นใหม่ที่จะถูกผลักดันเข้ามาในเวทีเจรจา ทั้งเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และการค้าดิจิทัล แรงงาน สิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมพร้อมให้อาเซียน ยันก่อนลุยเจรจากับใคร ขอให้ RCEP จบก่อน พร้อมเห็นชอบ 13 ประเด็นเศรษฐกิจที่จะผลักดันปีนี้ และเร่งเตรียมบุคลากรรองรับการปฏิวัติอุตสาหกรรม นัดถกวางแผนรับมืออีกครั้งก.ค.นี้

นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการประชุมคณะทำงานระดับสูงว่าด้วยการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจของอาเซียน (HLTF-EI) ครั้งที่ 35 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ เมื่อวันที่ 12-13 มี.ค.2562 ที่กรุงเทพฯ ว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้คณะทำงานที่เกี่ยวข้องของอาเซียนหารือกันและศึกษาถึงผลประโยชน์และผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการที่ประเทศคู่ค้าของอาเซียนเสนอประเด็นใหม่ๆ เข้ามาในการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) เพื่อใช้กำหนดท่าทีร่วมกันเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเจรจาจัดทำ FTA กับประเทศนอกภูมิภาคในอนาคต เพราะขณะนี้ มีคู่เจรจาหลายประเทศสนใจที่จะทำ FTA กับอาเซียน เช่น สหภาพยุโรป (อียู) และสหภาพเศรษฐกิจยูเรเซีย (EAEU) ที่ประกอบด้วยรัสเซีย เบลารุส คาซัคสถาน อาร์เมเนีย และคีร์กีซ

“ตอนนี้ต้องบอกว่าอาเซียนเนื้อหอม มีคนสนใจเข้ามาคุยเรื่อยๆ อยากจะทำ FTA ด้วย แต่ในการทำ FTA ก็อาจจะมีประเด็นใหม่ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น ทรัพย์สินทางปัญญา พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และการค้าดิจิทัล แรงงาน สิ่งแวดล้อม เป็นต้น จึงได้ให้คณะทำงานไปดูว่าถ้าประเทศเหล่านี้สนใจมาทำ FTA กับอาเซียน เขามีประเด็นอะไรที่จะผลักดันบ้าง ถ้ามาแล้ว อาเซียนจะรับมือยังไง ต้องทำอะไร ต้องเตรียมตัวอะไร ถ้าไม่ทำจะเกิดอะไรขึ้น โดยให้ไปดูประเทศใหญ่ๆ ที่มีมาตรฐานสูง ซึ่งมีไม่กี่ประเทศ แล้วเอามาศึกษา เพื่อเตรียมท่าทีของอาเซียน เวลาคุยกัน ก็จะได้คืบหน้า ไม่ใช่มาตั้งต้นเริ่มนับหนึ่งกันใหม่”นายบุณยฤทธิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม อาเซียนเห็นตรงกันว่า การทำ FTA กับประเทศใหม่ๆ จะต้องให้การเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) จบก่อน ซึ่งตามกำหนด ไทยจะใช้โอกาสในการเป็นประธานอาเซียนในปีนี้ ผลักดันให้สำเร็จให้ได้ เพราะขณะนี้ การเจรจาถือว่ามีความคืบหน้ามากแล้ว

นายบุณยฤทธิ์กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ยังได้เห็นชอบประเด็นด้านเศรษฐกิจ 13 ประเด็น ที่ไทยเสนอให้อาเซียนร่วมกันผลักดันให้สำเร็จในปี 2562 เนื่องจากเป็นประเด็นที่มีความสำคัญและสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจการค้าในปัจจุบัน ได้แก่ การจัดทำแผนการดำเนินงานด้านดิจิทัล ด้านนวัตกรรม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับ 4IR การส่งเสริมการใช้ดิจิทัลในผู้ประกอบการรายย่อย การเชื่อมโยงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน (ASW) ให้ครบทั้ง 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร การส่งเสริมการประมงที่ยั่งยืน การจัดตั้งศูนย์เครือข่ายวิจัย และการพัฒนาพลังงานเชื้อเพลิงชีวภาพและพลังงานชีวภาพในอาเซียน เป็นต้น โดยจะเสนอให้ที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนพิจารณาในเดือนเม.ย.2562 นี้
 
“ประเด็น 4IR อาเซียนเห็นว่าเป็นโอกาสและความท้าทาย จึงต้องเตรียมพร้อมรับมือ โดยไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะกรรมการรายสาขาด้านเศรษฐกิจของอาเซียนในเดือนก.ค.ที่จะถึงนี้ เพื่อเตรียมแนวทางการรับมือของอาเซียน”
         
นอกจากนี้ อาเซียนยังได้กำหนดให้อาเซียนพัฒนาระบบการบริหารจัดการกฎระเบียบของอาเซียนโดยเฉพาะกฎระเบียบที่มิใช่ภาษีเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการค้าระหว่างอาเซียน เช่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ความโปร่งใสของข้อมูลการใช้กฎระเบียบ
         
สำหรับประเด็นการทำงานขององค์การการค้าโลก (WTO) ได้เห็นพ้องที่จะให้อาเซียนแสดงบทบาทเพื่อให้ WTO ยังคงเป็นองค์กรที่ธำรงไว้ซึ่งการเสริมสร้างระบบการค้าพหุภาคีที่ไม่เลือกปฏิบัติ รักษาความเป็นธรรม และการค้าเสรี โดยไทยได้ยืนยันว่าในฐานะที่ไทยได้รับตำแหน่งประธานคณะมนตรีใหญ่ WTO จะเดินหน้าผลักดันประเด็นเหล่านี้อย่างเต็มที่ และขอให้อาเซียนร่วมมือผลักดันไปพร้อมๆ กัน

***ติดตามข่าวสารพาณิชย์แบบฉับไว ส่งตรงถึงมือถือได้ที่ http://line.me/ti/p/%40uld0329i
***ติดตามข่าวสารพาณิชย์ ผ่านทวิตเตอร์ https://twitter.com/CNAOnlineTwit